การตรวจสอบ Reference ใน Mendeley
1. Login เข้าระบบ (กรณีไม่ได้ Login)
2. Double Click เลือกไฟล์ที่ต้องการตรวจสอบ จะปรากฏ 3 ส่วน
ส่วนที่ 1 Menu ส่วนที่ 2 Info ส่วนที่ 3 Journal Data
3.จุดที่ควรเช็คคือ
- เป็นวารสารหรือเป็นอะไร...
- ชื่อวารสาร
- ชื่อผู้แต่ง
- คศ.
- เลขหน้า
- เลข Doi
วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
การตรวจสอบ Reference ใน Mendeley
เกี่ยวกับบทความ : จาก รศ.ดร.สมบูรณ์
-ประเภทบทความ
1.Original Article 2.Review Article 3.Short Communication . . .
-หลักการเลือกบทความ : จากสำนักพิมพ์ที่เป็นมาตรฐาน Scidirect.com (คุณภาพสูง) Springer.com (Open Access) โดยให้ดู Criteria to Consider...
1. Scope เนื้อหาตรงวัตถุประสงค์หรือไม่
2. Prestige Impact Factor 9.5 หมายถึง Top (ถ้า ป.โท Impact 5-6 ก็ OK)
Quartic การคำนวนการอ้างอิง Paper/Document
ค่า IF = ค่าเฉลี่ยจำนวนครั้งในวารสารที่ถูกอ้างอิงย้อนหยัง
-h index จำนวนการอ้างอิง (ถ้าเกิน 10 ก็สุดยอด)
Open Access เป็นวารสารที่เปิดกว้าง คนสามารถเข้าถึงได้ง่าย
ฐานข้อมูลระดับนานาชาติ Scopus จะใหญ่สุด
Q1 = Top 25% จะดีที่สุด Q2=25-50% ระดับดี Q3=50-70 ระดับปานกลาง
ฐานข้อมูลระดับชาติ TCI กลุ่ม 1 คุณภาพสูงสุด กลุ่ม 2 คุณภาพระดับดี
- หลักการตั้งชื่อบทความวิจัย
Concise : กระชับ ชัดเจน ไม่เยิ่นเย้อ ตัด The , An . .
Information บอกตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และ ประชากร
Attractive : น่าสนใจ ท้าทาย ดึงดูดคนอ่าน (Novell or Implement)
-บทคัดย่อ เขียน 1 ย้อหน้า (ปกติจะ 150-250 คำ) แล้วแต่ข้อกำหนดในวารสาร
มีหัวข้อย่อยหรือโครงสร้างชัดเจน (Background, Objective, Method, Results, Conclusion)
- คำสำคัญ (Keyword) ไม่ความเอาชื่อเรื่อง ไม่ซ้ำกับหัวข้อ ใช้ 3-5 คำ
- กรณีที่ส่ง Author คนทำ Corresponding author = คนทำ
- หลักการเขียนบทนำ (Background or Intro) ควรมี 4 พารากราฟ
พารากราฟที่ 1 กล่าวถึงข้อมูลทั่วไปในเรื่องที่ศึกษา กว้าง ๆ กลาง ๆ
พารากราฟที่ 2 ระบุปัญหา
พารากราฟที่ 3 พูดถึงปัญหา สิ่งที่ค้นพบ และสิ่งที่ท้าทาย(ยังไม่มีใครทำ) ซึ่งเรียกว่า Research Gap
พารากราฟที่ 4 สรุปว่าทำไมถึงทำ
* Research Gap วิธีเดิมมีข้อจำกัด ไม่เคยมีใครศึกษาประชากรนี้ หรือ เทคโนโลยีเปลี่ยนไป
วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
หลักการออกเว็บไซต์เชิงสร้างสรรค์
2.มีความยืดหยุ่นในการแสดงผล
3.การออกแบบกราฟิกที่มีความโดดเด่น มีดีไซน์
4.การมีส่วนร่วมของผู้เข้าชม
5.มีประโยชน์และมีคุณค่า
วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558
การทำ URL Redirect
| การทำ URL Redirect |
| ปกติแล้วใน Web Server จะมีไฟล์ที่เป็นไฟล์แรกสำหรับการแสดงเพจหน้าแรกซึ่งจะวางอยูในตำแหน่ง Document Root แต่ในบางครั้งเมื่อผู้ใช้มีการเรียกเข้ามาที่ URL หรือ ไฟล์ดังกล่าวบน Web Server แล้ว อาจจะมีความจำเป็นที่ URL ดังกล่าว ยังไม่พร้อมที่จะให้บริการ เราก็สามารถจะเขียน Code ในไฟล์ดังกล่าว ให้มีการเปลี่ยนเส้นทางไปเรียกไฟล์อื่น ซึ่งอาจจะอยู่ในอีกไดเร็คทอรี่หรืออีกโฟลเดอร์บน Web Server ตัวเดียวกันหรืออาจจะเปลี่ยนเส้นทางไปเป็น Web Server อีกตัวก็ได้ ตัวอย่างการทำ redirect แบบง่าย การ Redirect แบบง่ายสามารถทำได้ด้วยการใช้ meta tag ของ HTML Code ดังนี้ ซึ่งถ้าเอา Source Code ข้างบนนี้ไปเป็นไฟล์หลักในตำแหน่ง Document Root บน Web Server ก็จะทำให้เว็บเพจถูก Redirect ไปยังhttp://www.yourdomainname.com โดยทันที เพราะค่าของ CONTENT=0 แต่ถ้าต้องการหน่วงเวลาให้ผู้ใช้ได้อ่านข้อความบางอย่าง ก่อนการ Redirect ก็สามารถทำได้ด้วยการกำหนดค่า CONTENT ไม่เป็น 0 ดังนี้ http://www.tambolsaimoon.go.th/saimoon/"> |
คุณกำลังเข้าสู่เว็บเพจใหม่
www.yourdomainname.com
แต่วิธีการ Redirect แบบข้างบนนี้จะทำให้ชื่อ URL ตรงช่อง Address ของ Browser ถูกเปลี่ยนไปเป็นชื่อใหม่ คือ http://www.yourdomainname.com ซึ่งหากไม่ต้องการให้ URL เปลี่ยนเป็นอันใหม่จะต้องใช้คำสั่ง frame (อาจจะเรียกว่า frame redirect หรือ frame to URL)
">
ตัวอย่างการทำ URL Redirect สำหรับ Web hosting
หากต้องการไม่ให้ URL ในช่อง Address ของ Browser เปลี่ยนไปเป็นตำแหน่งที่แท้จริง ทำได้ด้วยการใช้คำสั่ง frame เข้ามาช่วยดังนี้
การทำ URL Redirect โดยใช้ PHP
หากมีความจำเป็นที่จะต้องทำการ Redirect โดยการใข้ภาษา PHP ก็สามารถทำได้ โดยใช้รูปแบบโครงสร้างของภาษาเป็นแบบเดียวกันกับที่กล่าวมาเพียงแต่เปลี่ยนคำสั่งดังนี้
ซึ่งเป็นแบบที่ address ไม่เปลี่ยนแปลง (frame to URL)
switch ($SERVER_NAME){
case "www.firstdomainname.com";{
echo '";
break;}
case "www.seconddomainname.com";{
echo '";
break;}
default;{
echo '";}
}?>
อ้างอิง : http://www.thaitumweb.com/control-panel/other/54.html
วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
- การดาว์นโหลด Video จาก Youtube & Facebook
- เข้าไปในเว็บไซต์ www.keepvid.com จากนั้นใส่ URL ที่ต้องการ ก็สามารถกด Download ได้เลย
การดาว์นโหลดวิดีโอจาก Facebook ที่เพื่อน ๆ หรือคนอื่นโพสต์ขึ้น สามารถทำได้โดย
- เปิดเว็บไซต์ www.downvids.net/ จากนั้นใส่ URL ที่ต้องการ ก็สามารถกด Download ได้เลย
วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556
- โปรแกรมยกเลิกการลบข้อมูลจาก SD Card
วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556
- พ่อ-แม่ คือครูคนแรกที่ควรระลึกถึงและกราบไหว้...
- สะท้อนถึงความผูกพันใกล้ชิดระหว่างครูกับศิษย์
- สะท้อนให้เห็นถึงความกตัญญูรู้คุณของสังคมไทยต่อผู้มีพระคุณ
- สะท้อนให้เห็นถึงความรัก ความเมตตา ของครูต่อศิกษย์
- สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนทางจิตใจ
- แฝงสาระที่เป็นคติธรรมสอนใจมากมาย
วันไหว้ครู เป็นวันที่นักเรียนจะได้แสดงคุณธรรมในจิตใจ คือไหว้ครูคำว่า ไหว้ครู นั้น เป็นถ้อยคำธรรมดาสามัญที่เข้าใจกันอยู่ และทราบถึงความหมายกันเป็นอย่างดี แต่ก็จะขอขยายความคำว่า
ไหว้ครู เพื่อประกอบความรู้และประดับสติปัญญาตามสมควร
ไหว้ครู เป็นคำไทย 2 คำ นำมาเชื่อมกัน คือคำว่า ไหว้ กับคำว่า ครู แต่ละคำมีความหมายอยู่ในตัว คำว่า ไหว้ ก็หมายถึง
การแสดงสัมมาคารวะ การบูชา การแสดงความนับถือ การแสดงความเทิดทูน นี่เรียกว่า ไหว้ เป็นคำกิริยาที่ใช้กันเป็นประเพณีนิยมของไทย
และในบางกรณีคำนี้ ก็ย่อมจะกินความคลุมไปถึง กราบซึ่งในความหมายว่ายอมตนลงราบคาบด้วย เพราะฉะนั้นไหว้ก็ดีกราบก็ดี
รวมอยู่ในความหมายอันเดียวกัน คือ แสดง ความยกย่อง แสดงอาการเชิดชูบูชานับถือ
โอกาสนี้เราทั้งหลาย ได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อครู อาจารย์ ซึ่งเป็นผู้ที่ให้ความถนัด ครูนั้นเป็นทิศๆ หนึ่งในจำนวนทิศทั้ง 6
โดยเฉพาะเป็นทิศเบื้องขวา เรียกว่า ทักขิณ ทิศที่ว่าให้ความถนัด คือเป็นผู้ให้วิชาความรู้แก่เรา
โบราณท่านกล่าวว่า "ศรต้องมีพิษ ศิษย์ต้องมีครู ศิษย์มีครูเหมือนงูมีพิษ ศิษย์ไม่มีครู เหมือนงูไม่มีพิษ" ไม่น่ากลัวอะไร
ไม่ต่างอะไรกับปลาไหล รอเวลาให้เขาผัดเผ็ดเท่านั้น "ศิษย์ดีต้องมีคุณธรรม ศิษย์ไม่ได้ความคุณธรรมไม่มี" นักเรียนจะต้องรู้จักข้าว
ข้าวรวงโตที่มีวิตามิน เวลามันออกรวง จะน้อมรวงถ่วงยอดแสดงอาการดุจคารวะแม่พระธรณี แต่ข้าวรวงใดที่ชี้เด่แทบจะทิ่มก้นเทวดา
แสดงว่าข้าวรวงนั้นไม่มีวิตามิน เป็นข้าวขี้ลีบ คนก็เหมือนกัน หากรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน แสดงว่าเป็นคนมีคุณภาพเป็นผู้มีคุณธรรม
บางคนเป็นโรคสันหลังแข็งก้มไม่ลง บุคคลนั้นไม่ต่างอะไรกับข้าวขี้ลีบ
สิ่งที่ต้องเตรียมในการไหว้ครู
การไหว้ครู ในอดีตนั้น มักจะใช้ หญ้าแพรก ข้าวตอก ดอกมะเขือ และดอกเข็ม เป็นองค์ประกอบในพานดอกไม้แต่ละอย่างล้วนเป็นปริศนาธรรมทั้งสิ้น
- หญ้าแพรก เป็นตัวแทนที่แสดงถึงความเข้มแข็ง อดทนถึงแม้จะแห้งแล้ง คนเดินเหยียบย่ำ หญ้าแพรกก็จะไม่ตาย
พอได้รับโอกาสที่เหมาะสม ได้รับความชุมชื้น ก็จะแตกยอดเจริญงอกงามเป็นอย่างดี ครูจึงต้องเป็นผู้ที่เข้มแข็งอดทนต่อปัญหาต่าง ๆ
ของนักเรียนนักศึกษามากมาย และค่อย ๆสะท้อนปลูกฝังความมุ่งมั่นอดทน เข้มแข็งไปสู่นิสัยของนักเรียน นักศึกษา ฝึกให้เขาเข้มแข็งอดทนให้จงได้
- ข้าวตอก เป็นข้าวที่เกิดจากการใช้เมล็ดข้าสารไปคั่ว โดยมีฝาครอบไว้ เมื่อได้รับความร้อนระดับหนึ่ง เมล็ดข้าวก็จะพองตัวและ
แตกตัวออกเป็นข้าวตอก มีกลิ่นหอม เช่นเดียวกับการให้การศึกษา ครูผู้สอนต้องให้การอบรมคู่กันไปด้วย "อบเพื่อให้สุกรมเพื่อให้หอม"
เช่นเดียวกับการทำข้าวตอก
การสั่งสอนอบรมของครู บางครั้งต้องมีการว่ากล่าวตักเตือน ติติงหรือทำโทษ ในการกระทำที่ไม่เหมาะสมเสมือนการใช้ความร้อนกับเมล็ดข้าว
โดยมีกฏระเบียบหรือแนวปฏิบัติ เสมือนเป็นฝาครอบ ไม่ให้ลูกศิษย์กระเด็นกระดอนออกนอกลู่นอกทาง ครูจึงต้องทำหน้าที่สั่งสอนอบรมให้นักเรียน
นักสึกษาเป็นดังเช่นข้าวตอก คือ "สุกและหอม" ซึ่งหมายถึง การสั่งสอนแนะนำให้เขามีความรู้ความสามารถและเป็นคนดีที่ยอมรับนั่นเอง
- ดอกมะเขือ ลักษณะของดอกมะเขือ เวลาบานจะสีขาวสะอาดและดอกจะโน้มคว่ำลงพื้นดินซึ่งก็เป็นปริศนาธรรม แสดงถึงความสะอาดบริสุทธิ์
ของจิตใจ เป็นคนซื่อสัตย์ อ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ
- ดอกเข็ม ลักษณะของดอกเข็มจะมียอดดอกแหลม ซึ่งเป็นปริศนาธรรมว่า ครูต้องจัดการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝังความคิด
ให้นักเรียนนักศึกษาเป็นคนฉลาด(หัวแหลม) รู้จักวิเคราะห์วิจารณ์ ใช้ความคิดให้เป็นประโยชน์แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่พบเห็น ความเฉียบคม
ทางความคิดจะทะลุทะลวงทุกปัญหาได้
คนโบราณช่างชาญฉลาดที่จะสอนศิษย์ด้วยกลวิธีต่าง ๆ แม้กระทั่งการใช้ดอกไม้ต้นไม้ ฯลฯ เป็นสื่อการสอนทำให้ลูกศิษย์ให้ยุคก่อนเก่า
ได้เรียนรู้จากธรรมชาติ และรู้จักกตัญญูรู้คุณผู้ที่เป็นครูบาอาจารย์อยู่ตลอดไป และการที่เราใช้ "หญ้าแพรกดอกมะเขือ" ในการไหว้ครูนั้น
เพราะเป็นของหาง่าย งอกงามอยู่ทั่วไป
ตอนเช้าตรู่วันพฤหัสซึ่งเป็นวันไหว้ครู เด็กๆจะไปโรงเรียนเช้าเป็นพิเศษ เพื่อ่ไปช่วยกันจัดพานดอกไม้ ซึ่งอาจมีการปักดอกบานไม่รู้โรย
ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบบ้าน แซมด้วยหญ้าแพรกและดอกมะเขือ พานดอกไม้นี้เด็กนักเรียนหญิงจะเป็นคนถือ ส่วนเด็กผู้ชายจะถือธูปเทียนและ
ช่อดอกไม้ ( ช่อดอกไม้หมายถึงดอกไม้ที่หาได้เอามารวมกัน แซมด้วยหญ้าแพรกและดอกมะเขือเช่นกัน)
พิธีไหว้ครูจึงเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ที่นักเรียนทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันมาแสดงความเคารพและระลึกบุญคุณของครูอาจารย์อย่างแท้จริง
Reference : http://guru.sanook.com/search/knowledge_search.php?q=%C7%D1%B9%E4%CB%C7%E9%A4%C3%D9&select=1