ลองหาคำตอบดู
1.เส้น DF,IF ต่างจากเส้นน้ำหนักองค์ประกอบอย่างไร
2.แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ กับ แตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญ กับ ไม่แตกต่าง มันต่างกันอย่างไร ?
3.ปรับโมเดลปรับกี่ครั้ง ปรับยังงัย
4.โปรแกรม Mplus,Amos,Lisrel ต่างกันอย่างไร ทำไมถึงเลือกใช้ Lisrel ?
5. * , ** คือค่าอะไร เอามาจากไหน และค่า t = เท่าไหร่ จึงใช่ 0.05,0.01
วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555
วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555
- เทคนิค SEM
- ในการแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ และ การเก็บข้อมูล ให้เก็บในเชิงการบริหาร
- SEM (Structural Equational Modeling) = PAM (Path Analysis Modeling) + CAM (Confirm Factor Anslysis Modeling)
สาเหตุที่การวิเคราะห์แล้วข้อมูลไม่ Fit เกิดจาก
1. การ Review ไม่ดี ไม่แม่น เครื่องมือมีน้อยข้อคำถามเกินไป ตัวแปรสังเกตุควรจะไม่ต่ำกว่า 3 ตัวแปร
2. ผู้ตอบ ๆ แบบไม่ตั้งใจ หรือตอบให้เสร็จ ๆ (5 หมด หรือ 1 หมด) และกลุ่มตัวอย่างน้อยเกินไป
3. การไม่ได้เก็บข้อมูลตามความเป็นจริง เช่น เก็บ 200 แล้วคัดลอกเป็น 400 โดยปกติโปรแกรม Lisrel จะฉลาดและรู้ว่ามีข้อมูลจริงแค่ 200
ทั่วไป
ก่อนจะทำการวิเคราะห์ด้วย Lisrel ต้องตรวจสอบความเบ้ + ความโด่ง และ p-value ของข้อมูล จะบอกว่า six หรือ not six การ six คือการแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ โดยดูผลรวม ความเบ้ กับ ความโด่ง(ช่องสุดท้าย) ถ้า < .05 แสดงว่า six คือ ข้อมูลไม่ปกติ (None Normal) ถ้าข้อมูลปกติ (Normal) จะ no six ให้ดูค่าจะอยู่ระหว่าง 0.000 - 0.049
- ค่าไค-สแควร์ ยิ่งต่ำยิ่งดี
- Rยกกำลัง 2 ควรจะไม่เข้าใกล้ 0 ถ้าจะให้ดูควรจะอยู่ประมาณ .4 - .8
- การดูค่าไค-สแคว์ร ว่าเท่าไหร่ และลดลงเรื่อย ๆ อย่างไร หลักการให้สังเกตุที่ตัวแปรสังเกตุกลุ่มเดียวกันให้สัมพันธ์กันก่อน โดยให้โยงทีละคู่ (แล้วรันโปรแกรม)
- ค่า MI(Modification Index) จะต้องสูงมากกว่า (3.84) การปรับโมเดลให้ปรับทีละคู่ และควรจะเขียนไว้ว่าปรับแต่ละครั้งค่าตัวเลขเป็นเท่าไหร่ และปรับอย่างไร(โดยดูจากที่โปรแกรมแจ้งไว้ ใน MI
- ในการปรับโมเดลต้องไม่ลืมทฤษฏีที่เป็นหลักการ อย่าปรับตามโปรแกรมอย่างเดียว โดยหลักการ ค่าพยากรณ์ทำนาย) R ยกกำลังสอง ค่าสูงจะไม่ดี เช่นถ้าเข้าใกล้ 0 จะไม่ดี
- SEM (Structural Equational Modeling) = PAM (Path Analysis Modeling) + CAM (Confirm Factor Anslysis Modeling)
สาเหตุที่การวิเคราะห์แล้วข้อมูลไม่ Fit เกิดจาก
1. การ Review ไม่ดี ไม่แม่น เครื่องมือมีน้อยข้อคำถามเกินไป ตัวแปรสังเกตุควรจะไม่ต่ำกว่า 3 ตัวแปร
2. ผู้ตอบ ๆ แบบไม่ตั้งใจ หรือตอบให้เสร็จ ๆ (5 หมด หรือ 1 หมด) และกลุ่มตัวอย่างน้อยเกินไป
3. การไม่ได้เก็บข้อมูลตามความเป็นจริง เช่น เก็บ 200 แล้วคัดลอกเป็น 400 โดยปกติโปรแกรม Lisrel จะฉลาดและรู้ว่ามีข้อมูลจริงแค่ 200
ทั่วไป
ก่อนจะทำการวิเคราะห์ด้วย Lisrel ต้องตรวจสอบความเบ้ + ความโด่ง และ p-value ของข้อมูล จะบอกว่า six หรือ not six การ six คือการแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ โดยดูผลรวม ความเบ้ กับ ความโด่ง(ช่องสุดท้าย) ถ้า < .05 แสดงว่า six คือ ข้อมูลไม่ปกติ (None Normal) ถ้าข้อมูลปกติ (Normal) จะ no six ให้ดูค่าจะอยู่ระหว่าง 0.000 - 0.049
- ค่าไค-สแควร์ ยิ่งต่ำยิ่งดี
- Rยกกำลัง 2 ควรจะไม่เข้าใกล้ 0 ถ้าจะให้ดูควรจะอยู่ประมาณ .4 - .8
- การดูค่าไค-สแคว์ร ว่าเท่าไหร่ และลดลงเรื่อย ๆ อย่างไร หลักการให้สังเกตุที่ตัวแปรสังเกตุกลุ่มเดียวกันให้สัมพันธ์กันก่อน โดยให้โยงทีละคู่ (แล้วรันโปรแกรม)
- ค่า MI(Modification Index) จะต้องสูงมากกว่า (3.84) การปรับโมเดลให้ปรับทีละคู่ และควรจะเขียนไว้ว่าปรับแต่ละครั้งค่าตัวเลขเป็นเท่าไหร่ และปรับอย่างไร(โดยดูจากที่โปรแกรมแจ้งไว้ ใน MI
- ในการปรับโมเดลต้องไม่ลืมทฤษฏีที่เป็นหลักการ อย่าปรับตามโปรแกรมอย่างเดียว โดยหลักการ ค่าพยากรณ์ทำนาย) R ยกกำลังสอง ค่าสูงจะไม่ดี เช่นถ้าเข้าใกล้ 0 จะไม่ดี
วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
- บุคลิกลักษณะของคนที่ มีเชาว์ปัญญา ฉลาดเฉลียว
- บุคลิกลักษณะของคนที่ มีเชาว์ปัญญา ฉลาดเฉลียว
1. เป็นคนมีบุคลิกเรียบง่าย สบาย ๆ มีอารมณ์ขัน มองโลกในแง่บวก สนุกและมีความสุขในการใช้ชีวิต
2. กล้าเสี่ยงและท้าทายต่อสิ่งใหม่ ๆ วิธีการใหม่ ๆ โดยไม่กลัวความผิดพลาด และล้มเหลว กล้าริเริ่มสร้างสรรคสิ่งใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากที่มีอยู่
* พระพุทธเจ้า สอนว่า "ให้คนเรามองโลกอย่างที่เป็น ไม่ใช่มองโลกอย่างที่อยากให้เป็น"
1. เป็นคนมีบุคลิกเรียบง่าย สบาย ๆ มีอารมณ์ขัน มองโลกในแง่บวก สนุกและมีความสุขในการใช้ชีวิต
2. กล้าเสี่ยงและท้าทายต่อสิ่งใหม่ ๆ วิธีการใหม่ ๆ โดยไม่กลัวความผิดพลาด และล้มเหลว กล้าริเริ่มสร้างสรรคสิ่งใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากที่มีอยู่
* พระพุทธเจ้า สอนว่า "ให้คนเรามองโลกอย่างที่เป็น ไม่ใช่มองโลกอย่างที่อยากให้เป็น"
- การใช้ Joomla 2.5.4 (Tip)
- การใช้ Joomla 2.5.4 (Tip)
การให้แสดงตำแหน่ง Preview เพื่อดูตำแหน่งที่จะแสดงแต่ละหน้าสามารถทำได้โดย
ไปที่ Extension --- Template manager ---เลือก sub Menu เป็น Template จากนั้นเลือก Option และตรง Template ให้เลือกตรง Preview Module Position ให้เลือก Enable
* กรณีสร้างเนื้อหา และเมนู แล้วสั่ง Link แล้วไม่แสดงเกิดจาก การที่เราไปกำหนดให้ Support SEO แต่เนื่องจากว่าเซริ์ฟเวอร์ไม่สนับสนุนการทำงานดังกล่าว ส่งผลให้ไม่แสดงผลหน้าที่เรากำหนด
- การสร้าง Top Menu ในหน้าแรก ทำได้โดยไปที่ Module Manager --- Menu ตำแหน่งที่ต้องการ ให้เลือก Model Menu ก็เป็นอันเสร็จ (Theme ต้องสามารถแสดงที่ Top Menu ได้ด้วย)
การให้แสดงตำแหน่ง Preview เพื่อดูตำแหน่งที่จะแสดงแต่ละหน้าสามารถทำได้โดย
ไปที่ Extension --- Template manager ---เลือก sub Menu เป็น Template จากนั้นเลือก Option และตรง Template ให้เลือกตรง Preview Module Position ให้เลือก Enable
* กรณีสร้างเนื้อหา และเมนู แล้วสั่ง Link แล้วไม่แสดงเกิดจาก การที่เราไปกำหนดให้ Support SEO แต่เนื่องจากว่าเซริ์ฟเวอร์ไม่สนับสนุนการทำงานดังกล่าว ส่งผลให้ไม่แสดงผลหน้าที่เรากำหนด
- การสร้าง Top Menu ในหน้าแรก ทำได้โดยไปที่ Module Manager --- Menu ตำแหน่งที่ต้องการ ให้เลือก Model Menu ก็เป็นอันเสร็จ (Theme ต้องสามารถแสดงที่ Top Menu ได้ด้วย)
วันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ไฟล์เช็คเวอร์ชั่น Joomla
จะอยู่ที่ไฟล์ libraries/joomla/version.php
เช่น http://krutu.kvc.ac.th/libraries/joomla/version.php
โดยจะบอกว่า Joomla ที่เราใช้เวอร์ชั่นอะไร
ปัจจุบันเวอร์ชั่นจุมล่าตัวล่าสุดซึ่งเปิดตัวเมื่อ 1.5.25 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่มีเสถียรภาพ
ส่วนเวอร์ชั่น 1.6.x และ เวอร์ชั่น 1.7.5 จะพัฒนาวันสุดท้ายในวันที่ 24 ก.พ. 2555
โดยจะออกเวอร์ชั่นใหม่คือ เวอร์ชั่น 2.5.x แต่ก็จะเป็นประเภท LTS (Long Term Support)
ซึ่งจะมีอายุ 6 เดือน
ฉะนั้น ถ้าชอบแบบปัญหาน้อยที่สุด แต่เทคโนโลยีอาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ใช้ 1.5.x
แต่ถ้าชอบของใหม่แกะกล่อง มาให้ลองเรื่อย ๆ ก็แนะนำ 2.5.x
เช่น http://krutu.kvc.ac.th/libraries/joomla/version.php
โดยจะบอกว่า Joomla ที่เราใช้เวอร์ชั่นอะไร
ปัจจุบันเวอร์ชั่นจุมล่าตัวล่าสุดซึ่งเปิดตัวเมื่อ 1.5.25 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่มีเสถียรภาพ
ส่วนเวอร์ชั่น 1.6.x และ เวอร์ชั่น 1.7.5 จะพัฒนาวันสุดท้ายในวันที่ 24 ก.พ. 2555
โดยจะออกเวอร์ชั่นใหม่คือ เวอร์ชั่น 2.5.x แต่ก็จะเป็นประเภท LTS (Long Term Support)
ซึ่งจะมีอายุ 6 เดือน
ฉะนั้น ถ้าชอบแบบปัญหาน้อยที่สุด แต่เทคโนโลยีอาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ใช้ 1.5.x
แต่ถ้าชอบของใหม่แกะกล่อง มาให้ลองเรื่อย ๆ ก็แนะนำ 2.5.x
วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2554
- For seek Research Database
- The Wilson Web Solution (ทั่วไป)
- Thomson Reuters (วิทย์)
- Springerlink(วิทย์,สังคม,มนุษย์)
- Thomson Reuters (วิทย์)
- Springerlink(วิทย์,สังคม,มนุษย์)
- Q ProQuest ABI/Inform(บริหารธุรกิจ)
- emeraldinsight http://www.emeraldinsight.com
- AIP (ฟิสิกส์) http://journals.aip.org
- acm(คอมฯ&ไอที)
วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2554
การขอคำแนะนำสำหรับ Element & Factors Creative Leadeship
จากการขอคำแนะนำ รศ.ดร.วิโรจน์ เมื่อเช้าวันที่ 1 ส.ค.
การมีวิสัยทัศน์ ต้องเป็นวิสัยทัศน์ใหม่ ที่กว้างไกล
การมีจินตนาการ ต้องเป็นภาพในอนาคตที่มีเหตุมีผล มีความเป็นไปได้
การมีความยืดหยุ่น ต้องเป็นบุคลิกภาพที่ยืดหยุ่นในการปรับตัวตามสถานการณ์
Factors : CL
มีความรู้ เป็นความรู้ใหม่ ความรู้ลึก รู้กว้าง เป็นฐานความรู้สนับสนุนสู่ความรู้ที่ไม่ธรรมดา
มีแรงจูงใจ เป็นแรงจูงใจจากภายในมากกว่าภายนอก เป็นแรงจูงใจที่ปรารถนาจะให้เกิดขึ้นเพราะความอยากมากกว่าเงินตอบแทน
มีสภาพแวดล้อม เป็นสภาพแวดล้อมแบบเปิด เช่นมีวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นอิสระ เป็นประชาธิปไตย
Factors : CL
มีความรู้ เป็นความรู้ใหม่ ความรู้ลึก รู้กว้าง เป็นฐานความรู้สนับสนุนสู่ความรู้ที่ไม่ธรรมดา
มีแรงจูงใจ เป็นแรงจูงใจจากภายในมากกว่าภายนอก เป็นแรงจูงใจที่ปรารถนาจะให้เกิดขึ้นเพราะความอยากมากกว่าเงินตอบแทน
มีสภาพแวดล้อม เป็นสภาพแวดล้อมแบบเปิด เช่นมีวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นอิสระ เป็นประชาธิปไตย
และวันที่ 14 ก.ย. ผศ.ทวีชัย ก็ให้คำแนะนำที่ต่างเวลา ต่างสถานที่ แต่เหมือนกันเช่น
โดยหลักการ ปัจจัยที่ส่งผล ควรจะแคบกว่า ตัวที่ทำ (creative leadership)
โดยเอาเฉพาะแรงจูงใจ ความรู้ สภาพแวดล้อมไม่ได้ มันกว้างไป ต้องเป็น
แรงจูงใจภายใน ความรู้ลึก และสภาพแวดล้อมแบบเปิด เป็นต้น
- คำนิยามเชิงปฏิบัติการ ควรจะให้เห็นในเชิงพฤติกรรม 1 นิยาม อาจจะมีหลาย ๆ ตัวบ่งชี้ ในการวัด
- โมเดลควรจะมีงานวิจัยรองรับ ถ้าเป็นของฝรั่งไม่มี ควรจะเอาหลักพุทธศาสนา ซึ่งเป็นคนไทย
- ต้องดูบริบทของอาชีวด้วย ว่าเน้นศาสตร์ด้านได
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)